Sunday, January 6, 2013

ปลามังกร ปลานำโชค


ปลามังกร


          ปลาอโรวาน่า (Arowana) AROWANA หรือ "Bonytongue fish" มีชื่อเรียกภาษาไทยว่า ปลาตะพัด หรือ ปลามังกร มีลักษณะเด่นที่รูปร่างคล้ายมังกรและมีความเชื่อกันว่าเป็นปลานำโชค ปลาชนิดนี้จัดอยู่ในครอบครัวออสทีโอกลอสซิตี้ (Osteoglossidae) ประกอบด้วยปลา 4 สกุล (Genus) และ 7 ชนิด (Species) ซึ่งแต่ละชนิดมีถิ่นกำเนิดแตกต่างกันออกไป ดังนี้

ลักษณะรูปร่าง

          มีลักษณะลำตัวยาวแบนข้าง ส่วนท้องแบนมาก เป็นสันคม ความกว้างลำตัวบริเวณส่วนต้นและส่วนท้ายของลำตัว (บริเวณโคนครีบก้น)เกือบเท่ากัน มีความยาวลำตัวเป็น 3.5-4.8 เท่าของความกว้างลำตัว และ 3.5-4 เท่าของความยาวส่วนหัว ปลาที่มีอายุน้อยบริเวณสันหลังจากจงอยปากไปจนถึงบริเวณโคนหางเกือบเป็นเส้น ตรง แต่แม่ปลาอายุมากขึ้นจะโค้งเล็กน้อย เกล็ดบริเวณลำตัวมีขนาดใหญ่ หนา และแข็งแรง

          จำนวนเกล็ดตาม แนวเส้นข้างตัว (lateral line) 21-24 เกล็ด ครีบหลังและครีบก้นอยู่ค่อนไปทางด้านหลัง ครีบหลังสั้นกว่าครีบก้น ครีบก้นมีความยาวเท่าๆกับความยาวของส่วนหัว ครีบหลังมีจำนวนครีบ 20 ก้าน ครีบก้นมี 26-27 ก้าน ครีบอกค่อนข้างยาว ยาวจนถึงโคนครีบท้องวัดความยาวได้ประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวลำตัว และมีจำนวน 7 ก้าน
          ครีบท้องสั้นมีเพียง 5 ก้าน ครีบหางกลมมนไม่ติดกับครีบหลังและครีบก้น ปลาชนิดนี้ปากกว้างมาก เฉียงขึ้นด้านบน มุมปากยาวเลยไปทางด้านล่างของส่วนหัว บนขากรรไกรและเพดานปากมีฟันแหลมคม ขากรรไกรล่างยื่นยาวกว่าขากรรไกรบนเล็กน้อย ที่ปลายขากรรไกรล่างมีหนวดขนาดใหญ่สั้นๆ 1 คู่ ตามีขนาดใหญ่มากกว่าความยาวของจงอยปากเล็กน้อย

          ปลาอะโรวาน่าชนิดนี้โตเต็มที่มีความยาวประมาณ 1 เมตร น้ำหนักมากกว่า 7 กิโลกรัม ชอบอาศัยแหล่งน้ำบริเวณภูเขาที่มีน้ำไหลเอื่อยๆ ที่พื้นท้องน้ำเป็นหินปนทรายน้ำค่อนข้างขุ่นและเป็นกรดเล็กน้อย(pH 6-6.5) เป็นปลาที่มีไข่จำนวนน้อย ปลาขนาด 3-6 กิโลกรัม จะมีไข่ประมาณ 40-100 ฟองเท่านั้น เมื่อวางไข่แล้วจะฟักไข่ในปากขนาดไข่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.72 เซนติเมตร สามารถแบ่งตามทวีปที่พบได้ 4 ทวีป ดังนี้

1. อะโรวาน่าจากทวีปเอเชีย

          ปลาอะโรวาน่าจากทวีปเอเชีย จัดเป็นอะโรวาน่าที่นิยมสูงสุด ในหมู่นักเลี้ยงปลา ในกลุ่มนี้ มีชื่อ วิทยาศาสตร์ว่า Scleropages Formosus รูปร่างของปลา จะค่อนข้างออกไปทาง ป้อมสั้น หากเทียบกับสายพันธุ์ ที่มาจากทวีปอเมริกาใต้ นอกจากนี้ยัง จัดเป็นกลุ่มที่มีราคาแพงที่สุด อันเนื่องมาจาก สีสรร อันสวย เกินบรรยาย สีทองดั่งทองคำเปลว หรือ สีแดงแบบเลือดนก

           1. อะโรวาน่าทองมาเลย์ ( CROSS BACK )

            อะโรวาน่า ทองจากมาเลเซีย มีชื่อเรียกหลายแบบ ตามแหล่งที่พบ เช่น ปาหังโกลด์ มาลายัน โบนีทัง (Malayan Bony Tongue), บูกิทมีราสบลู, ไทปิงโกลด์เดน หรืออะโรวาน่าทองมาเลย์ สาเหตุของการมีชื่อเรียกมากมาย อย่างนี้ ก็เพราะว่าอะโรวาน่าชนิดนี้ สามารถพบได้ทั่วไป ในมาเลเซีย ปลาอะโราวาน่าทองมาเลเซีย จัดเป็นปลาอะโรวาน่า ที่มีราคาแพงที่สุดในบรรดาประอะโรวาน่าด้วยกัน ทั้งนี้เนื่องมาจากปลาชนิดนี้ จะให้ลูกน้อย และในธรรมชาติ หาได้ยากเต็มทีแล้ว ทุกวันนี้มีเพาะเลี้ยงกันที่ ในมาเลเซียและสิงคโปร์เท่านั้น อะโรวาน่าทองมาเลเซีย สามารถแบ่งจริงๆ ได้เป็น 3 พวก ใหญ่ๆ คือ

          - สายพันธุ์ที่ฐานเกล็ดออกสีน้ำเงิน หรือม่วง ( Blue or Purple Based )

          - สายพันธุ์ที่ฐานเกล็ดออกสีทอง (Gold Based)

          - สายพันธุ์ที่ฐานเกล็ดออกสีเขียว (Green Based)

          สำหรับ ปลาประเภท 1 และ 2 บางครั้งจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เนื่องจาก สีน้ำเงิน หรือ ม่วงที่เราเห็น ขึ้นอยู่กับมุมสะท้อน ที่เราดูปลา เลยทำให้บางครั้งเราเห็น ออกสีม่วง ทั้งที่ความจริงแล้ว ปลามีฐานเกล็ดสีน้ำเงิน สำหรับแบบที่ 3 หรือ แบบที่มีฐานเกล็ดสีทอง แบบนี้ จัดว่าเป็นสุดยอดของปลาอะโรวาน่า ทองมาเลเซีย เนื่องจาก เมื่อปลาโตเต็มที่ ปลาจะมีสรรที่เหลืองอร่าม ดั่งทองคำเคลื่อนที่ ปลาชนิดนี้ ดูเหมือนจะเป็นอะโรวาน่าทองมาเลย์ประเภท แรก ที่สีทองจะอ้อมข้ามหลังได้เร็ว กว่าสายพันธุ์อื่นๆ

          การผสมข้ามสายพันธุ์ ก็ได้ทำให้เกิด สายพันธุ์ใหม่ๆ ของอะโรวาน่าทองมาเลเซีย ขึ้นมา ซึ่งมีชื่อทางการค้าว่า Platinum White Golden และ Royal Golden Blue Arowana เป็นต้น

           2. อะโรวาน่าแดง ( Red Arowana )

            ปลาอะโราวาน่าแดง ที่มีขายกันในบ้านเรา มีที่มาจากหลายแหล่งน้ำ ในทางตะวันตกของกัลลิมันตัน ในประเทศ อินโดนีเซีย บริเวณแนวสันหลังจะมีสีน้ำตาล เกล็ดบริเวณลำตัวที่อยู่ค่อนไปทางด้านหลังมีสีเขียวอมน้ำตาล เกล็ดบริเวณด้านข้างลำตัว มีสีเขียวเหลือบสีแดง หรือแดงอมส้ม บริเวณส่วนท้องและแผ่นปิดเหงือกสีแดงหรือแดงอมส้มครีบอกและครีบท้องสีเขียว แต่บริเวณส่วนปลายครีบจะมีสีแดงหรือแดงอมส้ม ริมฝีปากก็จะมีสีแดงหรือแดงอมส้มเช่นกัน อะโรวาน่า แดง สามารถ แบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลักๆ คือ

          - แดงเลือดนก (Blood Red)

          - แดงพริก (Chilli Red )

          - แดงส้ม (Orange Red)

          - แดงอมทอง (Golden Red)

          ในปัจจุบัน อะโรวาน่าแดง ทั้ง 4 สายพันธุ์ ได้ถูกเรียก รวมๆ ทั้งหมด ว่า Super Red เนื่องจาก ปลาอะโรวาน่าแดง ประเภท Orange Red และ Golden Red เวลาโต จะเห็นได้อย่างเด่นชัดว่าสีจะไม่แดงเข้ม เท่า 2 สายพันธุ์แรก จากรูปข้างบน จะเห็นได้อย่างเด่นชัดว่า คุณภาพสีแดงของ Orange Red และ Golden Red จะออกไปทางส้มอม แดง หรือ ทองอม แดง
          ชิลี่เรด และ บัดเรด ทั้งสองตัวนี้ มีแหล่งกำเนิดจาก แม่น้ำ Kapaus และทะเลสาบ Sentarum ซึ่งทะเลสาบ Sentarum นี้จะประกอบไป ด้วยทะเลสาบย่อยๆ ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้หมด ทางตอนปลายจะมีทางออกสู่ แม่น้ำ Kapaus ธรรมชาติของแม่น้ำนี้ จะถูกปกคลุม ด้วยต้น Peat ซึ่งทำให้แลดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับ การดำรงชีวิตของปลาชนิดนี้มาก สภาพ น้ำในแม่น้ำ Kapuas จะมีสีดำ ของแร่ธาตุ และอาหาร ซึ่งมีผลต่อสีของปลา ทำให้ อะโรวาน่าแดง มีสายพันธุ์ย่อยๆ ลงไปอีก โดยสามารถแบ่งแยกได้ จากความเข้มของสี ที่แตกต่างกัน และ รูปทรงของปลา ซึ่งความแตกต่างดังกล่าวนี้ พ่อค้าปลา ได้ตั้งชื่อเรียกปลาอะโรวาน่า ชุดแรกๆ ที่มีการส่งออก ว่า Chilli Red และ Blood Red โดยที่จะใช้ ความเข้มของสีแดงและ รูปทรงของปลา ในการจำแนก ปลาทั้งสองชนิดออกจากกัน ในปลาที่โตเต็มที่ ชิลี่เรด จะสีแดงคล้ายพริกในขณะที่ บัดเรด จะแดงออกสีเลือด ชีลี่เรด จะมีตาที่ใหญ่สีแดง และหางที่มีรูปร่างคล้ายรูปร่างของเพชร ในขณะที่ บัดเรด จะมีตาที่เล็กกว่า ขาวกว่าและรูปแบบหาง จะกลม เปิดกว้างมากกว่า ตาที่ใหญ่ของชีลี่เรด บางครั้งขอบ ตาบนจะแตะระดับส่วนบนของหัวพอดี

           3. อะโรวาน่าทองอินโดนีเซีย ( Red Tail Golden Arowana )

          จำแนกอยู่ภายใต้กลุ่มอะโรวาน่าทอง เช่น เดียวกับทองมาเลย์ ปลาชนิดนี้ พบใน Pekan Baru ในประเทศอินโดนีเซีย เวลามันโต เต็มที่ มันจะไม่ทองแบบเหลืองอร่ามทั้งตัว ทองอินโด สามารถแบ่งประเภท ตาม สีของเกล็ดได้ 4 ประเภท คือ พวกที่มีฐานเกล็ด สีน้ำเงิน, เขียว และ ทอง อะโรวาน่าทองที่มีขนาดเล็ก จะมีสีที่ด้านกว่าของมาเลย์อย่างเห็นได้ชัด

           4. อะโรวาน่าเขียว Green Arowana

          แหล่งกำเนิดของปลาตัวนี้ พบกระจายอยู่ใน มาเลเซีย พม่า อินโดนีเซีย และ ประเทศไทย ใน แถบจังหวัด จันทบุรี ตราด บริเวณด้านหลังจะมีสีเขียวอมน้ำตาล สีเทา หรือเทาอมเขียว เกล็ดบริเวณด้านข้างลำตัวมีสีเงินหรือเงินเหลือบเขียว ครีบทุกครีบสีน้ำตาลอมเขียว

2. อะโรวาน่าจากทวีปอเมริกาใต้

          สำหรับ อะโรวาน่าที่มาจากทวีปอเมริกา มีด้วยกัน 3 ชนิด คือ อะโรวาน่าเงิน อะโรวาน่าดำ และ อะราไพม่า ชาวพื้นเมือง จะเรียกปลาอะโรวาน่า ว่า "ลิงน้ำ (Water Monkey)" เนื่องจากลักษณะการ กระโดด ขึ้นกินแมลง ที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ เหนือ ผิวน้ำ

          อะโรวาน่าเงิน (Silver Arowana)

            มีแหล่งกำเนิดในลุ่มน้ำอะเมซอนในจิอานา(Guiana) อเมริกาใต้ เมื่อโตเต็มที่ยาวถึง 1 เมตร ลำตัวยาวและแบนข้างมาก เรียงไปทางส่วนโคนหาง ส่วนท้องแบนเป็นสัน ลำตัวมีสีเงินอมเทา หรือเหลืองอมเขียว บางตัวเมื่อโตขึ้นจะมีสีขาวเหมือนหิมะ จึงเรียกว่า snow arowana บริเวณลำคอจะมีสีส้มหรือส้มอมแดง เกล็ดตามตัวมีขนาดใหญ่ เกล็ดตามเส้นข้างตัวมี 31-35 เกล็ด บนเกล็ดมีจุดสีแดงและสะท้อนแวววาวเมื่อมีแสงสว่าง ครีบมีสีเหลืองหรือเขียวอ่อน ปากกว้างมากเมื่อยื่นขึ้นไปด้านบน ริมฝีปากล่างยื่นออกไปกว่าริมฝีปากบนเล็กน้อย ปลายริมฝีปากล่างมีหนวดขนาดใหญ่ 2 เส้น หนวดมีสีน้ำเงินหรือฟ้าน้ำทะเล ครีบก้นยาวมากเริ่มจากลำตัวยาวไปจนถึงโคนหางมีก้านครีบ 50-55 ก้าน ส่วนครีบหลังอยู่ตรงกันข้ามกับครีบก้นแต่สั้นกว่าครีบก้นเล็กน้อย จำนวนก้านครีบ 42-46 ก้าน

          อะโรวาน่าดำ (Black Arowana)

            พบแพร่กระจายบริเวณแม่น้ำริโอนิโกร (Rio Negro) ในบราซิล ลักษณะลำตัวโดยทั่วไปจะคล้ายคลึงกัน กับอะโรวาน่าเงินมากในขณะที่ปลาอายุยังน้อยยังมีเส้นขนาดเล็กคาดอยู่ อะโรวาน่าดำจะมีสีคล้ำกว่าอะโรวาน่าเงินมาก และจะมีแถบสีดำพาดไปตามความยาวลำตัว แต่เมื่อปลามีอายุมากขึ้น สีบริเวณลำตัวจะซีดจางลงจนมีสีใกล้เคียงกับอะโรวาน่าเงิน จุดที่พอจะสังเกตุความแตกต่างได้เมื่อปลาอายุมากขึ้นคือ ครีบหลังและครีบก้น อะโรวาน่าดำจะมีขอบครีบหลังและครีบก้นเป็นสีดำในขณะที่อะโรวาน่าเงินไม่มี

          อะราไพม่า หรือ ปลาช่อนยักษ์ ( Aarapaima )

            ในธรรมชาติปลาอะราไพม่าจะกิน ปลาตระกูลแคชฟิช บางชนิดเป็นอาหาร ในบางครั้งก็อาจจะกระโดดขึ้นมาเหนือน้ำ เพื่อจับนก ที่บินไปบินมา ปลาพิรารูคู หรือ อะราไพม่า ที่เรารู้จักดี เป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ ที่สุดในโลก สามารถเติบโต ได้ถึง 10 ฟุต น้ำหนักถึง 400 ปอนด์ จากหลักฐานเท่าที่มีการยืนยัน เมื่อ ร้อยปีที่แล้วมีคนเคยจับได้ขนาดใหญ่สุดถึง 15 ฟุต 4.6 เมตร ปลาช่อนยักษ์จะวางไข่ราวๆ ช่วงเดือนมกราคม ถึง มีนาคม ไข่เป็นพันๆ ฟองจะถูกวางในแอ่งดินใต้น้ำ ที่พ่อแม่ปลา ช่วยกันเตรียมรังเอาไว้ต้อนรับลูกน้อย

          ปลาชนิดนี้ มีลิ้นเป็นกระดูกแข็ง Bony Tongue ซึ่งมีฟันชุดที่สองเรียงราย อยู่ ด้วยคุณสมบัติดังนี้ ทำให้ปลาช่อนยักษ์ สามารถกินปลาในตระกูล Catfish ซึ่งเป็นปลาที่มีเกราะหุ้ม อันแข็งของปลาในกลุ่มนี้

3. อะโรวาน่าจากทวีปแอฟริกา (African Arowana)

          อะโรวาน่าที่พบในอัฟริกามีเพียงชนิดเดียวเท่านั้น อาศัยแพร่กระจายอย่างกว้างขวางจากตอนบนของแม่น้ำไนล์ บริเวณส่วนกว้างอัฟริกาไปจนถึงฝั่งตะวันตก ขนาดใหญ่ที่สุดของปลาชนิดนี้ มีความยาวลำตัวถึง 4 ฟุต ลำตัวค่อนข้างแบนและกว้าง(ลึก) ส่วนหัวค่อนข้างหนาและสั้น ด้านบนโค้งเล็กน้อย ลำตัวด้านหลังและด้นข้างมีสีน้ำเงินอมดำ น้ำตาลอมเทา น้ำตาลอมแดงหรือน้ำตาลอมเขียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ปลาอาศัยอยู่ ส่วนบริเวณท้องจะมีสีซีดกว่าด้านข้าง อาจจะมีสีครีมหรือน้ำตาลอมเหลือง ส่วนครีบต่างๆจะมีสีคล้ายกับสีของลำตัว จงอยปากสั้นกลม ริมฝีปากหนา ปากมีขนาดเล็กแต่มีฟันเต็มปาก ไม่มีหนวดที่ขากรรไกรล่าง ครีบหลังและครีบท้องอยู่ค่อนไปทางด้านหาง ครีบหางมีขนาดเล็ดรูปร่างกลม ครีบอกและครีบท้องมีขนาดเล็ก ครีบอกอยู่ค่อนไปทางด้านล่างของลำตัว ครีบท้องมีก้านครีบเพียง 6 ก้าน บริเวณหัวไม่มีเกล็ด เกล็ดตามแนวเส้นข้างลำตัว 32-38 เกล็ด

4. อะโรวาน่าจากทวีปออสเตรเลีย (Saratogos)

          ที่พบในทวีปนี้ มีด้วยกัน 2 ชนิด พบที่ออสเตรเลียเหนือ มีชื่อว่า Nothern Saratogas และที่พบที่ ออสเตรเลียตะวันออก ชื่อว่า Spotted Saratogas

          อะโรวาน่าออสเตรเลียเหนือ (Nothern Saratoga)

          พบในทางตอนเหนือ ของประเทศออสเตรเลีย และ หมู่เกาะนิวกีนี ในประเทศอินโดนีเชีย ปลาชนิดนี้ เป็นปลาอะโรวาน่า ที่มีรูปร่าง ที่คล้าย อะโรวาน่าจากทวีปเอเชียมากที่สุด

          มีขนาดโตเต็มที่ ประมาณ 90 เซนติเมตร ลักษณะ ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ของอะโรวาน่าออสเตรเลีย จากอะโรวาน่าในแถบทวีปเอเชีย คือ จำนวนแถว ของเกล็ด จะมีมากแถวกว่า โดยที่อะโรวาน่าออสเตรเลีย จะมีเกล็ด 7 แถว ในขณะที่ ของอะโรวาน่าจากเอเชีย มี เพียง 5 แถว ส่งผลให้ขนาดของเกล็ดปลาจะมีขนาดเล็กลง ขอบเกล็ดของปลาอะโรวาน่าชนิดนี้ จะออกสีส้ม เหลือบเขียว เป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์

          อะโรวาน่าออสเตรเลียตะวันออก (Spotted Saratoga)

            มีถิ่นกำเนิดในรัฐ ควีนส์แลนด์ ในลุ่มแม่น้ำ Dawson อะโรวาน่า ชนิดนี้ หรือ ที่เรียกกัน สั้นๆ ว่า อะโรวาน่าออสเตรเลียจุด มีขนาดความยาวสูงถึง 90 ซม. ลักษณะลำตัวยาวเรียว บริเวณสันหลังตรง ลำตัวบริเวณด้านหลังและด้านข้างลำตัวเป็นสีน้ำตาล หรือน้ำตาลอมเขียว หรือเหลืองอมเขียว บริเวณส่วนท้องสีจางกว่าลำตัว เกล็ดมีขนาดใหญ่ มีเกล็ดตามเส้นข้างตัว 35 เกล็ด มีจุดสีส้มอมแดงและสะท้อนแสงบนเกล็ดแต่ละเกล็ดจำนวน 1-2 จุด ครีบหลังและครีบก้นสีเหลืองอ่อน ขอบครีบทั้งสองเข้มจนเกือบดำ ครีบก้นยาวกว่าครีบหลังเล็กน้อยมีก้านครีบ 31 ก้าน ครีบหลังมีก้านครีบ 20 ก้าน

Thursday, October 11, 2012

ปลาอโรวาน่า เขียว

ปลาอโรวาน่า เขียว

สายพันธ์สีเขียว ปลาอโรวาน่า เขียว
ชื่อทางวิทยาศาตร์ Scleropages formosus (M?ller and Schlegel, 1844) ? (ชื่อวิทย์เหมือนกับทองมาเลย์)
ชื่อทางการค้า Green arowana, Asian bonytongue




    ในประเทศไทยมีหลักฐานพบปลามังกรสายพันธ์สีเขียวนี้ในประเทศครับ ข้อมูลผู้พบเห็นปลามังกรเขียวคนแรกคือลูกเสือซึ่งไปพบปลาชนิดนี้ทางภาคใต้ และได้ส่งปลาชนิดนี้เพื่อตรวจสอบว่าเป็นปลาอะไรกันแน่ โดยปัจจุบันข้อมูลดังกล่าวได้ผ่านตาผมไปนานแล้ว แต่จะพยายามหาข้อมูลเรื่องนี้มาให้ทุกท่านได้รับทราบต่อไปครับ

ปลามังกร เขียว นี้ คนไทยทั่วไปเรียกว่า ปลาตะพัด มีขนาดลำตัวใหญ่ลักษณะของเกล็ดมีสีเทาอมเขียว สีตะกั่ว เกล็ดด้าน บริเวณแผ่นหลังมีสีเทา หรือน้ำตาลอมเขียว จุดเด่นสำคัญของการสังเกตถึงสายพันธ์ปลามังกรเขียวที่แท้นั้นปลาจะมีลักษณะ หางแดงอมดำ ครีบมีสีเข้ม

ปัจจุบันปลาในธรรมชาติและในฟาร์มเลี้ยงต่างๆได้การผสมพันธ์ข้ามสายพันธ์ ระหว่างปลามังกรด้วยกันหรือมีการเพาะพันธ์และพัฒนาสายพันธ์ปลาอย่างมากมายทำ ให้เกิดสายพันธ์ใหม่ๆขึ้นมา โดยทั้งนี้ลักษณะของปลาครอกเดียวกันอาจไม่เหมือนกันทั้งหมด เช่น หนึ่งส่วนสามได้ตามพ่อพันธ์ อีกหนึ่งส่วนสามได้ตามแม่พันธ์ กลุ่มสามหนึ่งส่วนสามได้ลักษณะของทั้งพ่อพันธ์และแม่พันธ์เป็นต้น
อีกทั้งการตั้งชื่อทางการค้าของฟาร์มต่างๆนั้นมาอย่างมากมายเช่น ปลาทองมาเลย์ที่ผสมพันธ์กับปลาแดงนั้นอาจมีชื่อเรียกหลายชื่อในหลายฟาร์ม ฯลฯ เพราะฉะนั้นจึงขอเอาเฉพาะสายพันธ์หลักเพื่อให้ทุกท่านได้ใช้เป็นแนวทางการ แบ่งสายพันธ์ต่อไปครับ

น้ำมันการพลู (Clove oil) ใช้ในการเคลื่อนย้ายปลามังกร

น้ำมันการพลู (Clove oil) ใช้ในการเคลื่อนย้ายปลามังกร

 

                 
             น้ำมันการพลู (Clove oil) ใช้ในการเคลื่อนย้ายปลามังกรหรือปลาอโรวาน่า และการเคลื่อนย้ายปลาสวยงามทั่วไป นอกจากจะใช้น้ำมันกานพลูในการเคลื่อนย้ายปลาแล้ว  ยังสามารถนำน้ำมันกานพลู(Clove oil)มาประยุกต์ใช้ในการผสมเทียม ปลาบางชนิด เพื่อเป็นการลดอาการบาดเจ็บ จากการที่ปลาดิ้น หรืออาการตกใจที่จะเกิดขึ้น

              ข้อควรระวังในการใช้ น้ำมันการพลู (Clove oil) 
 
 -  ปริมาณของน้ำมันการพลู (Clove oil) ที่ใช้ในการสลบหรือการเคลื่อนย้ายปลา ควรอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่มีประสบการณ์เท่านั้น 
 
 - ควรใช้ในปริมาณที่น้อยๆ ดูอาการ ของปลาว่ามีอาการเป็นอย่างไรบ้าง  ไม่ควรใช้ในปริมาณที่มาก เกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของปลาได้ 
 
 - เมื่อมีการวางยาสลบปลา เพื่อใช้ในการ ผสมพันธุ์ ควรเตรียม น้ำที่สะอาด ปราศจากคลอรีน และปราศจากน้ำมันกานพลู  (Clove oil) พร้อมทั้ง เติมหัวทรายให้อากาศ เมื่อทำการผสมเทียมเสร็จ ให้นำปลามาพัก ในน้ำสะอาดที่เตรียมไว้จากขั้นตอนเเรก และพยายาม เอาหัวทรายที่มีอากาศ  มาจ่อ ตรงเหงือกของปลา เพื่อช่วยให้ปลาพื้นตัวเร็วขึ้น
 

การเซตระบบกรองปลามังกร

การเซตระบบกรองปลามังกร

 
      
 การเซตระบบกรอง ปลามังกร

การเซตระบบกรองของปลามังกรมีความ คลายคลึงกับการเซตระบบปลาน้ำจืดทั่วๆไป แต่เนื่องจากปลามังกรเป็นปลาที่มีความ เซนซิทิฟ ต่อคุณภาพน้ำ ดังนั้นการให้ความสำคัฐเกี่ยวกับการเซตระบบกรอง ของปลามังกร จึงจำเป็นที่ทุกท่านที่สนใจจะเลี้ยงเจ้าปลามังกร ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับ ต้นๆ

       ขั้นตอนการเซตระบบกรองของปลามังกร

   1. การเตรียมตู้และอุกรณ์การเลี้ยง 
  เมื่อเราได้ตู้และอุกรณ์ ทุกอย่างมาจนครบแล้ว(อุปกรณ์ที่ต้องใช้สอบถามได้ที่ร้านค้าน่ะครับ) ก็ทำการติดตั้ง ตู้ พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งวัสดุกรอง

   2. การเติมน้ำจืด น้ำ ที่ใช้ต้องเป็นน้ำที่ผ่านเครื่องกรอง คลอรีนหรือถ้าจะให้ดี  ผ่านเครื่องกรอง UV หรือ Ozone ได้ยิ่งดีไม่มีใครว่า ( เพราะว่าสามารถฆ่าเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมากับน้ำได้เป็นอย่างดี ) 

   3. ขั้นตอนการเปิดระบบ หรือเซตระบบกรอง เพื่อ ให้มีแบคทีเรีย เกิดขึ้นในระบบ ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้จะเป็นตัวเซตระบบให้มีความพร้อมที่จะบำบัดของเสียที่ เกิดจากปลา ซึ่งจะส่งผลให้มีคุณภาพน้ำที่ดีและมีความเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของปลามังกร

  4. ระยะเวลาการเซตระบบกรอง ใช้ เวลาประมาณ  3 - 4 อาทิตย์และเพื่อความเเน่ใจในการปล่อยปลา จำเป็นต้องมีการเช็คค่าต่างๆเพื่อความแน่ใจ เช่น แอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรต และ คลอรีนตกค้างในน้ำ

       เมื่อระบบกรองเซตตัวเรียบร้อยเเล้ว พร้อมที่ปล่อยปลามังกรสุดที่รัก เรามาดูกันว่าขั้นตอนและวิธีการปล่อยจะมีวิธีการอย่างไรกันบ้าง ........ แต่ต้องติดตามกันในตอนต่อไปน่ะครับเพราะว่าวันนี้หมดเวลาแล้ว^^

การเตรียมความพร้อมสำหรับอนุบาลไข่ปลามังกร

การเตรียมความพร้อมสำหรับอนุบาลไข่ปลามังกร


    การเตรียมความพร้อมสำหรับอนุบาลไข่ปลามังกร

            หลังจากที่พบว่า ปลามังกรที่เพาะพันธุ์ไว้ มีการอมไข่ และพร้อมที่จะมีง้างปากปลามังกร เพื่อที่จะเอาไข่ปลามังกร หรือลูกปลามังกร ออกมาจากปาก สิ่งที่เราจะต้องเตรียมการก่อนที่จะง้างปากปลามังกร เพื่อเอาลูกปลามังกรนั้น จะมีอะไรกันบ้าง ไปติดตามกันได้เลยน่ะคร้บ

             1. การเซตระบบกรองและตู้ปลา สำหรับอนุบาลไข่ปลามังกร
                 น้ำที่ใช้ในการเซตระบบกรองและตู็ปลามังกร รวมถึงน้ำที่จะใช้ในกระบวนการอนุบาลปลามังกรทั้งหมด ควรเป็นน้ำที่สะอาด ที่ผ่านเครื่องกรองน้ำที่มีคุณภาพ ปราศจากสารปนเปื้อน และสารคลอรีนตกค้างซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และส่งผลต่ออัตราการรอดตายของปลามังกรตัวจิ๋วได้

             2.อุปกรณ์ ที่จำเป็นในการเซตระบบ สำหรับการอนุบาลปลามังกรจิ๋ว มีดังนี้ ปั๊มน้ำ ใยกรอง ฮีทเตอร์ ยาเหลือง 

             3. หลังจากที่ได้เตรียม ดังข้างต้นเรียบร้อยเเล้ว ก็ต้องรันระบบให้เกิดความเสถียรของระบบ และมีแบคทีเรียเกิดขึ้นพร้อมที่จะรองรับของเสียที่เกิดจากการขับถ่ายของลูป ปลามังกร หรือเมือกที่ลูกปลามังกรขับออกมาใช้ระยะเวลา  ประมาณ 10-15 วัน ก่อนที่จะเริ่มปล่อยลูกปลามังกร ลงตู็เพื่อทำการอนุบาลต่อไป

                 นี้ก็เป็นข้อมูลหรือว่าการเตรียมความพร้อมในการอนุบาลลูกปลามังกรคราวๆ ส่วนรายละเอียดหรือความถูกต้องและความเหมาะสม ของแต่ละบุคคล หรือแต่ล่ะสถานที่ ท่านทั้งหลาย ต้องนำไปประยุกต์ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุดของแต่ล่ะบุคคล
                 หลังจากที่เรา เตรียมความพร้อมสำหรับอนุบาลไข่ปลามังกร ในเบื้องต้นกันไปแล้ว ในบทความต่อไป เรามาดูกันสิว่า เราจะต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรกันบ้าง ในการอนุบาลเจ้าปลามังกรจิ๋วของเรา ให้มีอัตราการรอดตายสูงสุด และเติบโตกลายเป็นลูกปลามังกร ที่มีคุณภาพ ตรงตามสายพันธุ์  

ปลาอะไรอีกแล้วคับเนี่ย ปลาหลาด(ประหลาด)ครับ

         น่าจะเป็นปลาน้ำลึกอย่างที่คนในบอร์ดโน้นเค้าเขียนไว้แหละ แล้วก็น่าจะกินได้ด้วย (ดูจากสี เหมือนแซลม่อน / ปลาทับทิม / ปลาแดง

...



หน้าตาประหลาดดีแท้คับน้าๆ... ครายพอจะรู้จักมั่งคับว่าปลาอะไรคับ..งง


ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ Dragonball คงจะคุ้นๆหน้าเจ้าตัวนี้ตะหงิดๆ...
หน้าตามันเหมือน เทพมังกรจาก Gragonball ซะเหลือเกิน 
แต่ไหงมานเหมือนแต่หัวอ่ะเนี่ย... ละไหงตัวเปงปลา.. 


ท้องขาวจั๊วเลย... สงสัยว่า เทพมังกรจาแอบหนีแม่บ้านไปหาเศษหาเลยกะปลา..
หลักฐานมันฟ้องงงงงงงงงงงง




อีกสายพันธ์ของปลาซ้อคเกอร์ป่าวเนี่ย





Wednesday, September 26, 2012

สายพันธุ์ปลามังกร

ปลามังกรตามหลักมาตรฐานจะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม 10 สายพันธุ์คือ

1. Asian Arowana สายเอเซีย
โดยแบ่งย่อยออกเป็น 4 สายพันธุ์ดังนี้

- ทองมาเลเซีย (Malayan Bonytongue) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “ทองมาเลย์” ปลามังกรสายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้านของเรานี่ เอง แม้ชื่อจะบอกว่าเป็น “ทอง” แต่จริงๆ แล้ว Base สีมีหลายสีไม่ว่าจะเป็น สีทอง สีเขียว สีน้ำเงิน และ สีม่วง ซึ่งแต่ละสีความสวยงามและราคาก็แตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น หากพื้นเกล็ดเป็นสีทองก็จะเป็นทองแวววาวเงางาม และสุกสว่าง อร่ามตา แต่หากพื้นเกล็ดมีสีม่วงน้ำเงิน ดูแล้วจะเหมือนกับตัวปลาใส่เสื้อเกราะ มีมิติของสีมากขึ้นเพราะเนื้อในเกล็ดจะเป็นสีน้ำเงิน แต่มีการตัดขอบสีทองเป็นวงเกล็ดตลอดทั้งตัว ถามว่าแบบไหนสวยกว่า ? ตอบไม่ได้ครับเพราะของแบบนี้แล้วแต่คนชอบครับ แต่ไม่ว่าจะสีใดก็ตาม สำหรับสายพันธุ์ทองมาเลเซียแล้ว เมื่อปลาโตขนาดได้ที่โดยมีความยาวประมาณ 20” เกล็ดจะขึ้นมาถึงด้านหลัง (เกล็ดแถวที่ 6) หรือที่เรียกว่า Cross Back… แต่ทว่าการข้ามหลัง ไม่ได้หมายความว่าจะข้ามหลังหมดจดทุกตัว บางตัวก็แค่เกือบข้าม บางตัวก็ข้ามแต่ยังไม่หมดจด… จะหาเนียนหมดจดทั้งทั้งหลังจริงๆ มีไม่มากนัก

สำหรับเรื่อง Base สีของตัวปลา หากเป็นปลาทองแบบ Full Gold ก็จะเป็นทองทั้งตัว ทั้งหัว แก้ม ครีบและหาง ซึ่งตลอดตัวจะเป็นโทนสีเดียวกัน (เหมือนทองคำแทงว่ายน้ำได้) ถ้าเป็น Gold Base ก็จะเป็นสีทองเหมือนกันแต่จะไม่หมดจดทั้งตัว สีเกล็ดด้านในยังมีอมดำ ที่หัวก็เช่นกัน ส่วนใบหางแม้จะมีละอองทองขึ้นมาเต็มแผ่นแต่ก็ยังเห็นเป็นสีส้มเข้มหรือเลือด หมู แต่หากเป็น Blue Base สีเกล็ดจะเป็นสีม่วงและยิ่งเมื่อเวลาต้องแสงไฟก็จะยิ่งเห็นได้อย่างชัดเจน เครื่องครีบของ Blue Base จะเป็นสีเลือดหมูเข้มจัด และสีของตาเป็นเป็นสีแดง…

Click the image to open in full size. Click the image to open in full size. Click the image to open in full size.

ทองมาเลย์ในวัยเล็กดูยากมากว่าโตขึ้นมาแล้วจะเป็นสีไหน ? แม้แต่ปลาคอกเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าจะมี Base สีเดียวกัน บางตัวเป็น Gold Base บางตัวเป็น Blue Base… ยิ่งปัจจุบันมีการแบ่งชั้นของเกรด และชื่อสายพันธุ์ย่อยมากขึ้น ดังนั้นนอกจากจะดูสียากแล้ว ยังดูแวว (ว่าไปได้ไกลแค่ไหน) ยากอีกด้วย ปลามังกรสายพันธุ์นี้เป็นปลาที่มีราคาแพงและเปราะบางมาก เวลาเลี้ยงดูก็ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษหน่อย เพราะทั้งครีบและเกล็ดไม่ค่อยแข็งแรง แตกหักง่ายและการรักษาตัวก็ค่อนข้างใช้เวลานานทั้งในปลาเล็กและปลาใหญ่ ฉะนั้นในการเลี้ยงดูโดยเฉพาะการโยกย้ายปลา หากไม่รู้วิธีที่ถูกต้องก็ควรให้ผู้ที่มีความรู้มีความชำนาญมาช่วยดีกว่านะ ครับ เพราะถ้าปลาบาดเจ็บเสียหายแล้วจะไม่คุ้มกัน

ลักษณะโดยทั่วๆ ไปของสายพันธุ์ทองมาเลย์ก็คือ “เครื่องครีบ” จะเล็กไม่ใหญ่เหมือนสายพันธุ์อื่น ลักษณะหัวและหน้าจะทู่สั้น แต่สีสันความแวววาวมาเป็นที่หนึ่ง ที่เกล็ดละเอียดเล็กๆ ใต้ครีบหลังจะมีการเปิดเป็นสีทองเต็มเกล็ดด้วยในขณะที่ทองอินโดจะไม่มีหรือ มีก็แค่เพียงประปลายไม่ชัดเจน ทองมาเลย์โดยทั่วๆ ไปจะมีตำหนิหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นกันมากนั่นก็คืออาการ “ตาตก” ในขณะที่สายพันธุ์อื่นเป็นกันน้อยกว่า

Click the image to open in full size. Click the image to open in full size.

- มังกรแดง (Super Red Arowana) ปลามังกรแดงมีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียครับโดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ “Blood Red” และ “Chili Red” (ผมเรียกว่า “แดงเดือด” กับ “แดงพริก”)

สีสันของ Blood Red เมื่อโตเต็มที่จะเข้มมาก วงเกล็ดหนา (เรียกว่า Thick Frame) การเรียงตัวของสีอาจไม่เป็นระเบียบแต่ก็แดงเข้ม แก้มแดง ปากแดง ครีบเครื่องทุกส่วนจะแดงเข้มดูน่าเกรงขาม ส่วน Chili Red จะแดงแบบแดงเลือดนกคือแดงสว่าง ต้องตา ดูสง่างาม เมื่อโตเต็มที่วงเกล็ดโดยมากจะ ขอบเกล็ดบาง (Thin Frame) การตัดขอบก็จะเป็นระเบียบแดงเนียนไปทั้งตัว ตั้งแต่หัวจรดปลายหาง…

ลักษณะหัวส่วนใหญ่ของ Blood Red จะต่างกับ Chili Red ตรงที่ของ Blood จะเป็นทรง Sparta (หัวออกแหลมเป็นทรงสามเหลี่ยม) แต่ของ Chili จะเป็นทรง Spoon Head (หัวช้อน) ซึ่งเป็นที่นิยมมากในหมู่นักเลี้ยงชาวจีนเพราะเชื่อกันว่าจะเป็นตัวตักตวง เงินทองให้กับเจ้าของผู้เลี้ยง ความแตกต่างอีกอย่างคือปลา Blood Red ส่วนใหญ่หางจะเป็นทรงพัดซึ่งมีลักษณะกลมและกว้าง แต่ Chili Red หางจะเป็นทรงเพชร (Diamond Shape) ซึ่งจะเรียวยาว ดูสง่างามกว่า

โดยปกติปลา Chili Red จะมีราคาสูงกว่า Blood Red ในปลาวัยเล็กเป็นการยากมากที่จะแยกว่าตัวไหนเป็น Blood และตัวไหนเป็น Chili แม้แต่ผู้ที่เชี่ยวชาญที่อยู่ในวงการมานานก็ยังไม่สามารถบ่งชี้ได้อย่าง ชัดเจนมั่นใจ แม้แต่ในใบเซอร์รับรองสายพันธุ์จากฟาร์มก็ยังไม่กล้าระบุชี้ชัด ยิ่งปัจจุบันไม่มีปลาสายแท้ของทั้งสองนี้แล้ว แม้แต่ในประเทศแม่แบบอย่างอินโดนีเซียเองก็ตาม ส่วนใหญ่จะเป็นชื่อปลาสายใหม่ๆ ที่เอกลักษณ์เฉพาะฟาร์มมากกว่าครับ สำหรับปลาแดงหากไม่ศึกษาให้ดีพอ มีกำลังทรัพย์แต่ไม่มีความรู้ก็อาจถูกหลอกเอาปลาแดงเกรดรองมาขายก็เป็นได้ หรือแม้แต่ได้ปลาดีมาแต่เลี้ยงไม่เป็นทำให้ปลาสีซีดไม่สวยก็เสียปลาได้เช่น กัน

ในทองมาเลย์มีตำหนิส่วนใหญ่คือ “ตาตก” ปลาแดงก็มีเช่นกันนั่นก็คือ “ปากยื่น” (ปากล่างเกยปากบน) โดยจะเห็นชัดในปลาขนาดกลาง ถึงขนาดใหญ่ แต่ก็มีไม่น้อยครับที่ยื่นกันตั้งแต่เล็กๆ เลย

Click the image to open in full size. Click the image to open in full size.

- ทองอินโด (Red Tail Golden Arowana) ทอง อินโดหรือ RTG เป็นปลาระดับกลางซึ่งถ้าพูดถึงความสวยงามแล้วล่ะก็ สวยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว ปลาที่โตแล้วเกล็ดจะเป็นสีทองเข้มแต่จะไม่แวววาว เงางาม สุกใสเหมือนทองมาเลย์ และจะขึ้นถึงเพียงเกล็ดแถวที่ 4 เท่านั้น แต่ก็อาจมีเปิดมาถึงแถวที่ 5 ไม่ว่าจะประปรายหรือเต็มแถว ดังนั้นข้อแตกต่างระหว่างปลาทองอินโดกับทองมาเลย์จึงอยู่ตรงที่ สีเกล็ด Base สี ความมันเงาแวววาว และ ข้ามหลังหรือไม่ข้ามหลัง

ในปลาเล็กทั้ง 2 สายพันธุ์นี้สำหรับมือใหม่อาจจะค่อนข้างดูออกยากและมีความเป็นไปได้สำหรับ การสลับหลอกขายกัน โดยปกติสีของครีบก้น ครีบอกและชายน้ำของทองอินโดจะเป็นสีส้มอมแดง ส่วนหางจะแดงแค่ค่อนใบ ปลายหางด้านบนและครีบหลังจะออกน้ำตาลไหม้ เกล็ดแถว 5 จนถึงหลังจะมีน้ำตาลดำ เกล็ดละเอียดเล็กๆ ใต้ครับหลังจะไม่มีการเปิดสีของเกล็ด.. ทองอินโดเป็นมังกรสายพันธุ์ใหญ่ที่สุดในสายเอเซี่ยนโดยโตเต็มที่จะมีขนาด ประมาณ 30” (แต่โดยเฉลี่ยแล้วหากเลี้ยงในตู้จะโตได้ราวๆ 24”)

Click the image to open in full size. Click the image to open in full size. Click the image to open in full size.

- อโรวาน่าเขียว (Green Arowana) หรือ “ปลาตะพัด” ของไทยเรานี่เอง จริงๆ อโรวาน่าเขียวมีอยู่หลายที่ทั้งในประเทศไทย มาเลย์เซีย พม่า เวียดนาม ลาวและกัมพูชา (ประเทศเพื่อนบ้านทั้งนั้นเลยนะครับ) ปลาพันธุ์นี้โตขึ้นจะเป็นสีเขียวนวลและมีประกายทองทั้งตัว ใบหางจะเป็นสีเขียวเข้มแต่ไม่เต็มใบเพราะที่บริเวณปลายหางเป็นรอยขลิบขาว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์นี้

ราคาในท้องตลาดสำหรับปลาเล็กก็ไม่แพงเพราะฉะนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่กำลัง เริ่มต้นทดลองเลี้ยง ปลามังกรเขียวมี 2 แบบคือ “เขียวมีเซอร์” กับ “เขียวไม่มีเซอร์” ใบเซอร์ก็มาจากประเทศที่มีการเพาะพันธุ์ได้จริงๆ อย่างเช่นประเทศมาเลเซีย หรืออาจจะมาตัวแทนบริษัทเทรดดิ้งต่างๆ ที่ทำขึ้นมาเพื่อแสดงเครื่องหมายการค้าของตัวเองในขณะที่เขียวไม่มีเซอร์คน ขายมักจะพูดว่าเป็นปลาป่าหรือปลาจับนั่นเอง จริงๆ แล้วถ้าดูปลาเป็นหรือพอมีประสบการณ์ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงใบเซอร์ก็ ได้เพราะคุณภาพก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมาย แต่ราคาที่สนนกันตอนต้นเขียวมีเซอร์มีราคาสูงกว่าตัวที่ไม่มีเกือบเท่าตัว เลยล่ะครับ

เพื่อนผู้อ่านหลายท่านอาจมีการสับสันระหว่าง “มังกรเขียว” กับ “ทองอ่อน” ว่า เหมือนกันหรือไม่ ในปลาวัยเล็กทั้ง 2 อย่างนี้ดูออกค่อนข้างยากเช่นกัน สำหรับผมๆ มองว่า “มังกรเขียว” ในวัยเล็กจะมีความเงางาม ขาวและสว่าง ในขณะที่ “ทองอ่อน” ไม่เงาแต่จะขาวหรือไม่ก็เป็นสีเหลืองอ่อนๆ ทั้งตัว แต่จริงๆ แล้วเคยมีผู้รู้กระซิบบอกผมว่าทั้ง 2 อย่างนี่จริงๆ มันก็พันธุ์เดียวกันเพียงแต่เขียวมากเขียวน้อย ถ้าออกเข้มๆ หน่อยก็มังกรเขียว ถ้าออกทองเงาๆ หน่อยก็ทองอ่อน แต่ราคาต่างกันประมาณ 1 เท่าครับ อย่างที่บอกไปนะครับมังกรเขียวสวยๆ หรือ “เขียวแท้” ที่เพาะกันในฟาร์มโดยปกติจะมีใบเซอร์รับรองสายพันธุ์ให้กับผู้ซื้อและจะขาย ขึ้นตู้ ส่วนถ้าเป็นทองอ่อนหรือเขียวไม่มีเซอร์ก็จะเป็นปลาถุงขายธรรมดา

Click the image to open in full size. Click the image to open in full size.

2. Australian Arowana เป็นปลามังกรที่มีต้นกำเนินในทวีปออสเตรเลีย แบ่งได้ออกเป็น 2 สายพันธุ์คือ

- Australian Pearl Arowana ตอน ที่ผมเขียนบทความนี้ครั้งแรก ตอนนั้นยังไม่เคยเห็นตัวจริงเลย แต่ตอนนี้ได้เห็นตัวจริงแล้ว แต่ไม่ได้มีโอกาสถ่ายรูปมาให้ ต้องขออภัยด้วยนะครับ สำหรับปลาตัวนี้เป็นปลาที่ค่อนข้างหายาก และมีราคาสูงกว่า ออสเตรเลียจุด ค่อนข้างมาก

- ออสเตรเลียจุด (Australian Spot Arowana) ส่วน เจ้านี่เราเจอกันบ่อยจนแทบซี้กันเลยทีเดียว ปลามังกรออสเตรเลียจุด (ขอเรียกว่า “ออสเตรเลีย” เฉยๆ นะครับ) ลักษณะโดยทั่วไปของสายพันธุ์นี้ก็คือหัวจะเป็นทรงปลาทู ทู่สั้น ตัวจะออกยาว ไม่หนา หนวดสั้นมากและงองุ้ม หาง ครีบและเกล็ดจะเล็กกว่าของสาย Asian (ปลา Asian Arowana แถวเกล็ดจะมี 6 แถวแต่สำหรับของออสเตรเลียจะมี 8 แถว) มีจุดสีส้มๆ ขึ้นตามลำตัว หางและครีบ เรียกว่า “Orange Spot” จะเด่นชัดมากเมื่อปลาโตขึ้น

จุดด้อยของปลาสายพันธุ์นี้คือ “เกล็ด” จะเล็กและ “หนวด” ก็ยังงุ้มเข้าหาปากไม่ยื่นออกเรียวยาวเหมือนกับสายพันธุ์อื่นจึงดูไม่สง่า งาม ปลาออสเตรเลียในขนาด 6”-12” สีตัวจะเป็นสีทองอร่ามสวยมาก แต่หลังจากนั้นจะเริ่มจางลงและเมื่อปลาใหญ่เต็มที่แล้วความเงางามจะหายไป มังกรออสเตรเลียก็เป็นอีกสายพันธุ์นะครับที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นเลี้ยง ปลามังกร

Click the image to open in full size. Click the image to open in full size.

3. African Arowana มีเพียงสายพันธุ์เดียวคือ

- อโรวาน่าอัฟริกา ใน ประเทศไทยมีขายปลามังกรสายพันธุ์นี้น้อยมากเพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นที่นิยม เลี้ยง เหตุผลนั่นไม่ได้เพราะหายากนะครับแต่เพราะปลาพันธุ์นี้มีความสวยงามที่ไม่ ค่อยโดดเด่นนัก สีสันไม่เด่นชัด พื้นเกล็ดเป็นสีเทา หัวทู่ ไม่มีหนวด เกล็ดเล็ก ครีบทุกครีบสั้นหมดดูไม่สง่างาม (ปัจจุบันหาซื้อได้ที่ร้านขายปลาแปลกทั่วๆ ไป สนนราคาไม่แพงนัก สามารถซื้อหามาเลี้ยงได้โดยไม่ลำบากครับ)

4. South America Arowana

- อโรวาน่าเงิน (Silver Arowana) ปลามังกรเงินมีถิ่นกำเนิดบริเวณเขตลุ่มน้ำอเมซอนในอเมริกาใต้ ปลาในวัยเล็กจะเป็นสีเงินอมชมพู ครีบหางและครีบก้นปลายขอบมีสีชมพู หนวดยาวสวยเด่น ชายน้ำหรือที่เรียกกันว่า “ครีบก้น” ยาวมาก เมื่อปลาโตขึ้นจนได้ขนาด สีเกล็ดจะเป็นสีเงินเงางามแต่ขอบครีบที่เป็นสีชมพูดจะจางหายไป

มังกรเงินมีความยาวสูงสุดในหมู่ปลามังกรสวยงามที่นิยมเลี้ยงทั่วไป (ไม่รวมอะราไพม่า) เพราะเมื่อโตเต็มที่จะยาวได้ถึง 1 เมตร 20 เซนเลยทีเดียว แม้ตัวจะใหญ่ได้ถึงขนาดนี้แต่เจ้านี่ก็อ่อนแอมากเลี้ยงกับใครก็มักจะเป็นผู้ ถูกทำร้ายไปซะหมด (สู้เขาไม่ค่อยได้) ในมังกรเงินขนาดใหญ่ผู้เลี้ยงมักจะเจอปัญหาเรื่อง “ตาตก” รุนแรงและปากงุ้มน่าเกลียด ซึ่งส่วนหนึ่งก็คงเพราะลีลาในการกินอันรุนแรงตามนิสัยของมัน แต่ด้วยส่วนกรามที่บอบบางไม่ค่อยแข็งแรงนักแล้วกลับกินอาหารอย่างดุเดือดจึง มีโอกาสให้กรามหักและปากงุ้มเสียรูปได้ ยังไงก็ตามสำหรับปลามังกรสายพันธุ์ที่คนนิยมเลี้ยงดูเล่น เจ้านี่ก็ยังคงครองความเป็นหนึ่งจนถึงทุกวันนี้ครับด้วยราคาที่ถูกมาก (ถูกที่สุดในตระกูลปลามังกรทั้งหมด) เลี้ยงง่าย โตเร็ว และเชื่องน่ารัก แล้วใครล่ะที่จะปฏิเสธลง

Click the image to open in full size.

- อโรวาน่าดำ (Black Arowana) ในวัยเล็กมีลักษณะคล้ายมังกรเงินแต่ว่าเป็นสีดำ ปลามังกรดำเลี้ยงยากกว่ามังกรเงินมาก ตายง่าย กินยาก อ่อนแอไม่ค่อยแข็งแรง แม้ปลาวัยเล็กตัวจะเป็นสีดำแต่พอโตขึ้นสีจะค่อยๆ ถอดออกเป็นคล้ำดูคล้ายกับมังกรเงิน ปลามังกรดำโตเต็มที่ความยาวประมาณ 20” และกว้างไม่เกิน 5” ซึ่งถือว่าเล็กมากหากเทียบกับพันธุ์อื่นๆ มังกรดำก็เป็นอีกสายพันธุ์นึงที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มเลี้ยงเพราะราคาไม่แพง มาก แต่ว่าอาจจะหาซื้อยากหน่อยเพราะมีขายกันเป็นฤดูเท่านั้น

Click the image to open in full size.

- อะราไพม่า (Arapima Gigas) หรือที่เรียกว่า “ปลาช่อนอเมซอน” ลักษณะของปลาชนิดนี้คือเล็กๆ ตัวจะเป็นสีเขียวและหางสีดำ แต่พอโตขึ้นตัวจะมีสีเขียวเข้มเป็นมรกตแต่ไม่เงางามและส่วนหางจะมีปื้นแดง ส้มเป็นลายคาดเรียกว่า “กุหลาบไฟ” อะราไพม่าเป็นปลาเกล็ดเล็กที่สุดในตระกูลปลามังกร แถมยังไม่มีหนวดดูแล้วเป็นปลาอโรวาน่าที่หน้าตาไม่เหมือนเพื่อนพ้องเอาเสีย เลย ตัวก็ใหญ่โตมโหฬารโดยโตเต็มที่ได้ถึง 3 เมตร

ปลาอะราไพม่าโดยปกติจะเลี้ยงลงบ่อ น้อยคนนักจะเลี้ยงในตู้เนื่องจากว่าเป็นปลาที่โตเร็วมาก ในระยะเวลา 1 ปี ปลามังกรทั่วไปขนาด 6 นิ้วจะโตได้ราว 12-15 นิ้ว ในขณะที่อะราไพม่าจะโตได้ถึง 30-45 นิ้ว และเป็นปลาที่แข็งแรงมากจึงยากต่อการเคลื่อนที่ย้ายเข้าย้ายออกบ่อยๆ นอกจากนี้การว่ายน้ำของอะราไพม่ายังว่ายอย่างช้าๆ และไม่เป็นทิศเป็นไม่ทางเหมือนปลามังกรทั่วไปที่ว่ายกลับไปกลับมาเป็น “หยินหยาง” มีทิศมีทางดูสง่างามกว่า แต่สำหรับคนที่มีสถานที่และชอบความยิ่งใหญ่ อะราไพมายังเป็นปลายักษ์ในอันดับต้นๆ ที่คนเหล่านั้นนิยมซื้อหามาเลี้ยง

Click the image to open in full size. Click the image to open in full size.

นอกจากนี้ยังมีสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นมาใหม่ แต่ยังไม่ได้ถูกยอมรับตามมาตรฐานซึ่งก็มีดังนี้ 

- Golden Red Arowana ถือเป็นปลาแดงเกรดรองซึ่งลักษณะเกล็ดจะเป็นสีทองอมแดง ส่วนหางและครีบทั้งหมดเป็นสีแดงสดโอกาสจะที่จะพัฒนามาเป็นแดงเต็มตัวมีน้อย มาก ปลา Super Red ทั่วๆ ไปตามท้องตลาดที่เกรดราคา 20,000 กลางๆ ส่วนใหญ่โตขึ้นมาแล้วมักจะเป็น Golden red หรือไม่ก็ Orange Red

*** (ในบางเมืองที่ประเทศอินโดนีเซีย หากกล่าวถึง Golden Red แล้ว ก็จะหมายถึง Red Tail Golden หรือ ทองอินโด ครับ)

Click the image to open in full size.

- Hiback Arowana เป็นลูกผสมระหว่างทองมาเลย์กับทองอินโด เพื่ออัพเกรดสายพันธุ์ทองอินโดให้สูงขึ้น ลักษณะปลา Hiback คือเกล็ดปลาจะเปิดสูงขึ้น จากเดิม “ทองอินโด” ที่ได้แค่เพียงแถวที่ 4 อาจขึ้นมาถึงแถวที่ 5 แต่อย่างไรก็ตามสีเกล็ดจะไม่ข้ามหลัง นอกจากจะแตกต่างกันที่เรื่องเปิดสูงไม่สูงแล้ว Base สีก็ยังเป็นจุดสำคัญที่ใช้มองความความแตกต่างระหว่าง Hiback กับทองอินโด เพราะโดยปกติแล้ว Hiback ที่เป็นลูกผสมทองมาเลย์กับทองอินโดจริงจะมีสีเข้มกว่า สีครีบจะเป็นโทนเข้ม ไม่ว่าจะเป็นสีเลือดหมูหรือสีแดง ปัจจุบันมีตลาดให้การต้อนรับสายพันธุ์ Hiback มากเพราะว่าราคาสูงกว่าทองอินโดไม่มากแต่เมื่อโตมาแล้วดูสวยงามกว่า (ปลาอโรวาน่าทองมาเลย์ที่ไม่สวยหรือทองอินโดที่สวยๆ อาจถูกพ่อค้าหัวใสใจกล้าเอามาขายเป็น Hiback ได้)

*** ปัจจุบัน Hiback Arowana เป็นที่นิยมค่อนข้างมาก และมีการแตกย่อยในอีกหลายชื่อ ตัวอย่างเช่น Hiback Golden, Mahoto Golden, Super Hiback, Premium Grade Red Tail Gold และอื่นๆ อีกมากมาย สนใจจะเป็นเจ้าของซักตัวขอให้ขยันอ่าน และหาเวลาเดินดูปลาให้มากๆ ก่อนนะครับ ของมีมาก ทางเลือกก็มาก ทางลวงก็มีมากด้วยเช่นกัน ถ้าไม่ต้องการจ่ายแพงกว่าก็ต้องศึกษาให้มากๆ ครับ ทิ้งท้ายไว้นิดหนึ่ง ในต่างประเทศ Hiback Arowana ถูกจัดให้อยู่ในระดับชั้นของ Red Tail Golden - RTG Class คือ ทองอินโด (ไม่อยู่ในทองมาเลย์เซีย) ครับ


Click the image to open in full size. Click the image to open in full size.

- Indo Green เป็น อีกหนึ่งลูกผสมที่มาจากสายพันธุ์ทองอินโดแต่มีคุณภาพต่ำกว่า นั่นก็คือลูกผสมระหว่างสายพันธุ์ ทองอินโด และ มังกรเขียว ซึ่งในวัยเล็กจะมีจุดเด่นเรื่องการเปิดของเกล็ด (ต่างจาก Hiback สายแท้ที่เป็นลูกผสมทองอินโด กับ ทองมาเลย์) คือจะเปิดสูงมากๆ เปิดระเบิดเถิดเทิงแบบที่เห็นแถวที่ 5 เรียงเป็นแถบตั้งแต่เล็ก แต่หากสังเกตดีๆ วงเกล็ดข้างในจะติดเนื้อเขียวเข้ามาด้วย แม้ความโดดเด่นจะอยู่ที่การเปิด แต่เรื่องสีสันก็ถือเป็นจุดด้อยที่ต้องทำให้ผู้เลี้ยงต้องย้ำคิดพิจารณาหาก จะคิดหามาครอบครอง นั่นก็คือ เปิดสูงอย่างเดียวแต่สีสันไม่ค่อยชัดเจน


Click the image to open in full size.

- Tong Yan (ถงเยิ่น) เป็นลูกผสมระดับชั้นสูงสุดที่ถูกยอมรับในเรื่องคุณภาพของสายพันธุ์จากผู้ เลี้ยงในปัจจุบัน เพราะเป็นลูกผสมระหว่าง Super Red และ ทองมาเลย์ (ใบรับรองสายพันธุ์ส่วนใหญ่ถ้าไม่มีชื่อใหม่เป็นพิเศษจะระบุว่า Xback X Super Red) ลักษณะของสีสันที่ได้มาบ่งชี้ชัดว่าเป็นลูกครึ่งของทั้งสองสายพันธุ์คือออก เป็น “สีทองแดง” บางตัวได้ความโดดเด่นจากแดงมากหน่อย ก็จะเป็นสีสนิมเข้ม แก้มสีแดง ตาสีแดง บางตัวได้คุณสมบัติจากทองมาเลย์ ก็จะมีการตัดขอบเกล็ดด้วยสีสันหลายมิติ ดูสวยงาม อีกทั้งมีการเปิดของเกล็ดละเอียด และข้ามหลังด้วยเช่นกัน

*** Tongyan ในเมืองไทยชื่ออาจจะยังไม่เป็นที่รู้จัก ไม่เคยได้ยิน แต่หากบอกว่าเป็น Red Splendor จะคุ้นหูกันมากกว่า และ ในต่างประเทศปลาสายพันธุ์นี้ถูกจัดให้อยู่ในระดับชั้นของ Malaysian Golden Cross Back คือ ทองมาเลเซีย (ไม่อยู่ในปลาแดง) และมีชื่อพิเศษที่เป็นที่ทราบกันว่า Tong Yan Cross Back

Click the image to open in full size. Click the image to open in full size. Click the image to open in full size.

- ปลามังกรทองอ่อน ได้ รับรู้ข้อมูลของเจ้ามังกรเขียวไปแล้วคราวนี้มาดูตัวที่เป็นฝาแฝดกันมั่งครับ สำหรับเจ้าทองอ่อนตัวจะเป็นสีทองอ่อนๆ โตขึ้นบริเวณริมหาง ครีบหลังและครีบก้นจะด่างเป็นสีขาว พวกทองอ่อน มังกรเขียว มังกรเงิน มังกรดำ ถือเป็นปลา Base สีเดียวนะครับคือเหมือนๆ กันทั้งตัวต่างกับสายพันธุ์อื่นที่มีสันสันมากกว่า ผู้เลี้ยงปลาชนิดนี้ครั้งแรกนิยมเลี้ยงปลาพันธุ์นี้ก่อนที่จะเลี้ยงปลา แพงอย่างทองมาเลย์ แดง และทองอินโด เพราะราคาไม่แพงมาก

Click the image to open in full size.

- Yellow Tail เท่า ที่ผมทราบและเป็นข้อมูลทางการตามมาตราฐานสากลจากจากเวบไซท์ต่างประเทศ ปลามังกร Yellow Tail เป็นหนึ่งใน 3 สายพันธุ์ในระดับชั้น Red B ซึ่งแบ่งออกเป็น (Yellow Tail (ทองหางเหลือง) / Red 1.5 (ทองหางส้ม) และ Banjar Red (ทองหางแดง) แต่อยู่ในระดับราคาที่ต่ำสุด และโดยรวมมีลักษณะคล้ายคลึงมังกรเขียวมากที่สุด แต่ในความเป็นจริง ระดับชั้นของ Banjar Red ทั้งหมดนั้น หน้าตาจะคล้ายคลึงกับมังกรเขียว และทองอ่อนมาก โดยเฉพาะสีเกล็ด และสีของลำตัว จะต่างกันก็ตรงที่สีหาง (ที่ถ้าเป็น ทองอ่อน หรือ เขียว จะเป็นสีขาว และเทา แต่ถ้าเป็น Red B จะเป็น เหลือง ส้ม แดง ตามที่กล่าวมา) แต่สุดท้ายปลายทาง ในระดับชั้นที่ใกล้เคียงกันนี้ที่ "ขอบหาง" ของทุกตัวจะมีสีขาวให้เห็นครับ

- Super Red Grade B (Banja Red) ใน ปลาวัยเล็กจะดูคล้ายคลึงกับปลาแดงมาก แต่หากสังเกตดีๆ สีหางและครีบของ Red B จะเป็นสีส้มในขณะที่ปลาแดงเกรด A จะเป็นสีแดงสดและเต็มใบ เหลือบสีก็เช่นกัน (สีของเกล็ดเวลาที่กระทบกับแสง) ของ Red B จะออกเป็นสีม่วงอ่อนๆ เงา หรืออาจจะไม่มีดูแล้วแค่ขาวๆ เงาๆ เท่านั้น แต่ถ้าเป็น Red A เหลือบสีจะเห็นเป็นสีม่วงชัดเจน Red B เมื่อโตเต็มที่แล้วจะมีลักษณะสีสันจะคล้ายทองอ่อน แต่หางและครีบจะออกเป็นสีส้มเข้ม

*** เพื่อ เป็นการเพิ่มช่องการการตลาดให้ขายจำหน่ายปลาได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันฟาร์มปลาและร้านค้าได้เปลี่ยนชื่อในใบรับรองสายพันธุ์ของปลา Banjar Red เป็น Red Arowana หรือ “มังกรแดง” ดังนั้น ขอให้เพื่อนผู้อ่านทุกท่านโปรดเข้าใจว่า Red Arowana คือ Red B นะครับ เพราะมีหลายท่านเข้าผิดคิดว่าเป็น Super Red Grade A

Click the image to open in full size.

- King Arowana ปลาอโรวาน่าชนิดนี้คือปลาพิการในส่วนของ “ช่วงหลังและคอ” ทำให้ดูค่อมๆ หลังจะสูงเกินส่วนหัวขึ้นมามาก แม้เจ้านี่จะเรียกได้ว่าเป็นปลาพิการแต่ King สวยๆ นี่พิการแล้วแต่ออกมาดูดีนะครับ King Arowana เป็นได้ทุกสายพันธุ์ตั้งแต่ถูกจนแพง (ส่วนในมังกรเงินมีลักษณะพิเศษใหม่ด้วยก็คือ “คอ V” แปลกดีเหมือนกัน) ราคาของปลา King ก็จะแพงมากด้วยยิ่งถ้าเป็นปลาระดับสูงอย่างปลาแดงหรือทองมาเลย์ King ตัวนึงนี่ว่ากันเป็นแสนบาทเลยทีเดียว

Click the image to open in full size.

- Albino ลักษณะพิเศษของปลาแปลกชนิดนี้ก็คือ “เผือกตาแดง” ตัวปลาจะมีสีเหลืองอ่อนๆ และตาสีแดง Albino เป็นสายพันธุ์ที่เกิดจากการ Breed สายพันธุ์กันเองระหว่างครอบครัวเดียวกันจนเป็นสายพันธุ์ที่ด้อยลง ในเมืองไทยยังไม่มีใครนำเข้ามานะครับเพราะในโลกนี้มีไม่กี่ตัวเท่านั้นเอง อีกอย่างราคาสนนกันเป็นล้านครับ คงต้องใจถึงพอตัวจึงจะได้ครอบครอง

Click the image to open in full size.

- Platinum ปลา Platinum ถือเป็นปลาแปลกชนิดนึง ทั้งตัวจะเป็นสีเงินและเงา (แต่ไม่ใช่สีเงินเหมือนมังกรเงินนะครับ) Platinum เขียวจะดูเด่นที่สุดคือทั้งตัวจะเป็นสีเดียวกันเลยครับทั้งหัว ครีบ เกล็ดและหางจะเป็นสีขาวเงาทั้งหมด (ยกเว้นลูกตา) ปลา Platinum เกิดกับปลาตระกูลหลักได้ทุกสายพันธุ์ตั้งแต่ Platinum ของมังกรเขียว Platinum ของทองอินโด Platinum ของแดงหรือแม้แต่ของทองมาเลย์ และเพราะเป็นปลาแปลกหายากราคาที่เสนอขายจึงแพงมาก ในบ้านเราไม่ค่อยมีให้เห็นเพราะผู้คนไม่ค่อยนิยมเลี้ยงและเพราะเหตุนั้นจึง มีร้านค้าน้อยรายมากที่กล้านำเข้ามาจำหน่าย (เกรงว่าจะขายไม่ออก)

=> ภาพแรกเป็น Platinum Red ถัดมาเป็น Platinum Cross Back และสุดท้ายเป็น Platinum Autralia Arowana ครับ Click the image to open in full size.

Click the image to open in full size. Click the image to open in full size. Click the image to open in full size.

- Snow Arowana (มังกรหิมะ) เท่าที่ทราบคือแต่เดิมมาหากกล่าวถึง Snow Arowana จะหมายถึงลักษณะพิเศษของการ "ผ่าเหล่าเผือกขาว" (Leucistic) ในปลามังกรเงิน (Silver Arowana) การผ่าเหล่าเผือกขาวที่ว่านี้ แตกต่างจากคุณสมบัติของ Platinum (ทองคำขาว) อย่างชัดเจนตรงที่ หากเป็น Platinum แล้ว เนื้อสีของตัวปลา จะเป็นสีเงิน เงา และเป็นโทนเดียวหมดทั้งตัว แต่ในกรณีของ Snow Arowana เนื้อสีของตัวปลาจะเป็นสีขาวด้าน แต่เรียบ เนียน และเป็นโทนเดียวกันทั้งตัว ตั้งแต่หัวจรดหาง (สีหนวด สีแก้ม สีเกล็ด สีครีบทุกส่วนสัด เป็นสีขาวทั้งหมด) เว้นแต่ "ลูกตา" เท่านั้นที่เป็นสีดำ

Snow Arowana ถือเป็นปลาหายากที่ในโลกนี้มีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น (ข้อมูลจากผู้เลี้ยงและเจ้าของปลาที่เปิดเผย) และมีมูลค่าการซื้อขายที่สูงมาก ด้วยเหตุผลว่าเป็นปลาผ่าสายพันธุ์ ที่ได้ความแปลกที่สมบูรณ์ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นเป็นสง่าไม่เหมือนใคร ดังนั้นจึงเป็นที่ต้องการของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชั้นนำของโลก รวมถึงผู้เลี้ยงกระเป๋าหนักที่ต้องการครอบครอง สิ่งมีชีวิตที่ล้ำค่า หายากยิ่ง อย่าง "มังกรหิมะ" ตัวนี้ Click the image to open in full size.

Click the image to open in full size. Click the image to open in full size.

- Mutant Arowana

Mutant Arowana คือ ปลาอโรวาน่าที่มีความแปลกของสายพันธุ์ ที่ส่วนของ "เนื้อเกล็ด" กล่าวคือ เนื้อในเกล็ดจะมีสีดำ น้ำตาลเข้ม หรือ สีสนิม (ส่วนขอบเกล็ดยังคงเป็นขอบสีปกติ) และเป็นที่เกล็ดทุกแผ่นตั้งแต่เนื้อตัว จนถึงใต้ท้อง ส่วนเกล็ดแถวที่ 5 หรือแถวหลังนั้น ก็เป็นไปตามสายพันธุ์ที่จะเป็น (ซึ่งส่วนใหญ่จะพบเห็นในสายพันธุ์สีทอง) เช่น RTG ก็จะเห็นถึงเพียวแค่แถวที่ 4 หรือ 5 ส่วนทองมาเลย์ก็จะเห็นแบบข้ามหลัง


Click the image to open in full size.

 
Design by I Love Fish.